บริษัทเอ็กซ์ตร้า ฮอลิเดย์ จำกัด (Extra Holidays Co.,Ltd T.A.T.License No.11/05732
รับจองทัวร์  รับจัดทัวร์กรุ๊ปเหมา กรุ๊ปสัมมนา แพ็คเก็จทัวร์ ตั๋วเครื่องบิน วีซ่า ในราคาที่ถูกใจ
E-mail
:
info@extraholidaysthailand.com  สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Office: 02-917-3490 Mon-Fri
Mobile Sat-Sun(24Hours) : คุณบุ๋ม 08-5338-5097 Mobile : คุณภา 08-4638-8587
 

Extraholidays.net

The Professional Travel Agency

 

Blog

Forum

Join Member

Login Form



Who's Online

เรามี 8 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Google Tolls Apps



เศรษฐกิจการค้า

• เศรษฐกิจการค้า
ระบบเศรษฐกิจ อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากระบบเศรษฐกิจแบบวางแผนส่วนกลางเป็นระบบตลาด
เริ่มตั้งแต่สิงหาคม 2531 (แต่ยังไม่คืบหน้ามากนัก)

เงินตรา/อัตราแลกเปลี่ยน สกุลจั้ต (Kyat) (2545) 6.5 จั้ต ต่อดอลลาร์สหรัฐ
(อัตราทางการ) 990 -1,200 จั้ต ต่อดอลลาร์สหรัฐ (อัตราตลาดเมื่อสิงหาคม 2546)

รายได้ต่อหัว 79 ดอลลาร์สหรัฐ (2545)

GDP 4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2545)

GDP Growth ร้อยละ 4.9 (2545)

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 53.7 (2545)

การลงทุนจากต่างประเทศ สิงคโปร์ (อันดับ 1) รองลงมาคือ อังกฤษ ไทย

ตลาดส่งออกสำคัญ ไทย (อันดับ 1) รองลงมาคือ อินเดีย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และมาเลเซีย

สินค้าออกที่สำคัญ ก๊าซธรรมชาติ ถั่ว ไม้สักและผลิตภัณฑ์ไม้
ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ และข้าว

แหล่งนำเข้าสำคัญ สิงคโปร์ (อันดับ 1) รองลงมาคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้
มาเลเซีย และจีน

สินค้าเข้าที่สำคัญ เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ โลหะและผลิตภัณฑ์โลหะ
น้ำมันดิบ เครื่องใช้ไฟฟ้า น้ำมันพืช

 
ข้อมูลการท่องเที่ยวประเทศพม่า
ในหน้านี้จะรวมทุกอย่าง เกี่ยวกับประเทศ พม่า เชิญชมค่ะ
ระเบียบการและเอกสารยื่นขอวีซ่าเข้า MYANMAR
1.
Tourist Visa ,FIT / Package 810฿ ( ถ้าด่วนเพิ่ม 440 บาท ),รูปถ่าย 2 ใบ + Passport
2.
Business Visa, 1,440฿ รูปถ่าย 3 ใบ พร้อม Company Letter
 
MYANMAR
Tel : 02 233-2237
02 234-4789
Fax : 02 236-6898
08:30-16:30
( Mon - Fri )
ถนนสาธรเหนือ

• ข้อมูลทั่วไป
รูปแบบการปกครอง เผด็จการทหาร (Military Council) โดยสภาเพื่อสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (State Peace and Development Council - SPDC)

ประมุข พลเอกอาวุโส ตาน ฉ่วย (Senior General Than Shwe) ประธานสภาเพื่อสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ

วันชาติ 4 มกราคม 2491 (วันได้รับเอกราชจากอังกฤษ)

เมืองหลวง กรุงย่างกุ้ง (Yangon)

เขตการปกครอง แบ่งการปกครองเป็น 7 รัฐ (state) (เขตที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อย) และ 7 ภาค (division) (เขตที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นเชื้อสายพม่า)

พื้นที่ 676,577 ตร.กม. (ใหญ่กว่าไทยประมาณ 1/5 เท่า)ทิศเหนือ ติดต่อกับทิเบตและแคว้นยูนนานของจีน ทิศตะวันออก ติดต่อกับแคว้นยูนนานของจีน ลาว และไทย ทิศตะวันตก ติดต่อกับอินเดีย บังคลาเทศ ทิศใต้ ติดต่อกับไทย

ประชากร 50 ล้านคน มีเผ่าพันธุ์ประมาณ 135 เผ่าพันธุ์

 
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐอาหรับอียิปต์
• ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐอาหรับอียิปต์
ด้านการเมือง
ประเทศไทยและสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2497 (ค.ศ. 1954) โดยอียิปต์เป็นประเทศแรกในกลุ่มอาหรับที่ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตด้วย ทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์ที่ราบรื่นและต่างสนับสนุนกันในเวทีระหว่างประเทศเรื่อยมา ไม่มีปัญหาทางการเมืองระหว่างกัน และได้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกันเป็นประจำในหลายระดับทั้งจากรัฐสภา รัฐบาล ภาคธุรกิจเอกชน สื่อมวลชนและประชาชนของทั้งสองประเทศ

การแลกเปลี่ยนการเยือน
- สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จฯ เยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนธันวาคม 2531
- สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ เสด็จฯ เยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมกราคม 2533 และเดือนมกราคม 2536
- พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี เยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมีนาคม 2530 ปี 2538 มีคณะผู้แทนภาครัฐ ส่วนใหญ่จากรัฐสภาของไทยได้ไปเยือนอียิปต์ 14 คณะ
- ปี 2542 จุฬาราชมนตรีเดินทางเยือนอียิปต์เพื่อเข้าร่วมประชุมศาสนาอิสลาม
- ปี 2539 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอียิปต์ นาย Amr Moussa เยือนไทย
- ปี 2544 ) ประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ วุฒิสภา เยือนอียิปต์

ด้านเศรษฐกิจ
มูลค่าการค้าไทย – อียิปต์อยู่ในระดับปานกลาง ในปี 2544 มูลค่าการค้ารวม 151.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าสินค้าออก 103.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้า 7.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้เปรียบดุลการค้า 96.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับ ปี 2545 ตั้งแต่เดือน มกราคม – กันยายน มูลค่าการค้าไทย-อียิปต์รวม 96.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าสินค้าออก 88.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้า 8.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้เปรียบดุลการค้า 80.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


สินค้าที่ไทยส่งออกไปอียิปต์ ที่สำคัญได้แก่ ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋อง เสื้อผ้าสำเร็จรูป ใบยาสูบ ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ (สำหรับเสื้อผ้าสำเร็จรูป อียิปต์ระบุให้เป็นสินค้าห้ามเข้า แต่ก็มีการลักลอบนำเข้า โดยจะทำในลักษณะการค้านอก
รูปแบบ)

สินค้าที่ไทยนำเข้าจากอียิปต์ ได้แก่ เส้นใยใช้ในการทอ น้ำมันหล่อลื่นและน้ำมันเบรก หนังดิบและหนังฟอก เครื่องตกแต่งบ้านเรือน ดินสอ ปากกา หมึกพิมพ์ และอุปกรณ์เกี่ยวกับการพิมพ์ สบู่ ผงซักฟอก และเครื่องสำอาง แก้วและผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา

ในปัจจุบันอียิปต์มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมากขึ้น มีการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพดีขึ้น และมีการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้น โดยเข้าไปประกอบอุตสาหกรรมและลงทุนสาขาต่าง ๆ รวมทั้งอุตสาหกรรมประเภทที่ไทยผลิตและส่งออกด้วย ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยไปยังอียิปต์ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันอียิปต์ได้เข้าไปร่วมเป็นสมาชิกตลาดร่วมแอฟริกาตะวันออกและใต้ (Common Market of Eastern and Southern Africa – COMESA) ในปี 2541 (ค.ศ. 1998) โดยมีจุดมุ่งหมายขยายตลาดสินค้าอียิปต์เข้าไปยังประเทศต่าง ๆ ในแอฟริกา ฝ่ายไทยจึงอาจพิจารณาสนับสนุนให้นักลงทุนไปลงทุน/ร่วมลงทุนในอียิปต์เพื่อการ ส่งออกไปยังตลาดร่วมแอฟริกาในอนาคตหรือมุ่งใช้อียิปต์เป็นประตูสู่ประเทศต่าง ๆ ในแอฟริกา เมื่อเดือน มิ.ย. 44 อียิปต์ได้ลงนามร่วมกับสหภาพยุโรป (อียู) ในความตกลง Euro-Mediterranean Association Agreement ซึ่งจะมีผลตต่อความสัมพันธ์กับ EUในด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ การเงิน ลังคม วัฒนธรรมและการกงสุล และจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดเขตการค้าเสรีระหว่างยุโรปและอียิปต์ต่อไปในอนาคต

ประเทศคู่ค้าที่สำคัญของอียิปต์ ได้แก่ EU และสหรัฐอเมริกา สำหรับประเทศในแถบเอเชีย อียิปต์ให้ความสนใจในฐานะเป็นรูปแบบในการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ประสบความสำเร็จ เป็นแหล่งสนองสินค้าที่จำเป็นแก่การผลิตของอียิปต์ กับกลุ่มประเทศอาเซียนยังมีความสัมพันธ์กับอียิปต์ไม่มากนัก แม้จะได้รับการกล่าวขานถึงและให้ความสำคัญเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่เท่าเทียมกับประเทศผู้ให้ดั้งเดิมจากกลุ่มตะวันตก นักธุรกิจใหญ่ ๆ ของอียิปต์ยังไม่ได้ให้ความสนใจมาลงทุนในเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศไทย แต่มักจะเข้าไปลงทุนในยุโรป (อังกฤษ ฝรั่งเศส) สหรัฐอเมริกา รวมทั้งในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา

• ความตกลงทวิภาคีไทย – อียิปต์
1. ความตกลงทางการค้าไทย – อียิปต์ ลงนามความตกลงทางการค้าระหว่างกันเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2527 (1984) โดยความตกลงดังกล่าวมีผลบังคับใช้ ณ วันลงนาม
2. ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน(Agreement between the Arab Republic of Egypt and the Kingdom of Thailand on the Promotion and Protection of Investments) ทั้งสองฝ่ายลงนามย่อในร่างความตกลงฯ ไว้เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2536 และได้มีการลงนามระหว่างกันแล้วในโอกาสการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา ครั้งที่ 10 UNCTAD X ที่กรุงเทพฯ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2543
3. การจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-อียิปต์
(Thai-Egypt Joint Commission) ไทยและอียิปต์ได้ร่วมกันจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วย ความร่วมมือทวิภาคีระหว่างสองประเทศตั้งแต่เดือนกันยายน 2532 โดยได้ลงนามกันในหนังสือแลกเปลี่ยนระหว่างกัน (Exchange of Note) ซึ่ง พล.อ.อ. สิทธิ เศวตศิลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ในขณะนั้น) เป็นผู้ลงนามฝ่ายไทย และนาย Ahmed Abdel Maguid รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ในขณะนั้น)เป็นผู้ลงนามฝ่ายอียิปต์ แต่หลังจากได้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วม ฯ แล้ว ทั้งสองฝ่ายพยายามที่จะจัดให้มีการประชุม ครั้งที่ 1 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากหัวหน้าคณะของแต่ละฝ่ายติดภารกิจไม่สามารถจัดสรรเวลาที่เหมาะสม ได้ฝ่ายไทยได้ประสานเพื่อเสนอให้มีการจัดประชุมคณะกรรมาธิการร่วมฯ กับอียิปต์ ครั้งที่ 1 ที่กรุงไคโร ในเดือนตุลาคม 2542 แต่ปรากฏว่าฝ่ายไทยไม่สามารถเดินทางไปได้เนื่องจากเกิดเหตุการณ์บุกยึดสถานเอกอัครราชทูต ฯ พม่าในกรุงเทพ ฯ จากนั้น ได้มีความพยายามจัดการประชุม ครั้งที่ 1 อีกหลายครั้ง คือ เดือน มกราคม และพฤษภาคม 2543 แต่อียิปต์เป็นฝ่ายขอเลื่อนการประชุมเนื่องจากไม่สะดวก

ด้านเศรษฐกิจ
รัฐบาลอียิปต์ปัจจุบันต้องเผชิญภาระที่หนักหน่วงในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งมีหนี้สินอยู่ประมาณ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ อียิปต์ประสบปัญหาด้านระบบราชการและรัฐวิสาหกิจซึ่งมีขนาด ใหญ่และเป็นอุปสรรคในการพัฒนาเศรษฐกิจ อัตราการเพิ่มของประชากรค่อนข้างสูง รัฐบาลอียิปต์ได้ใช้ความพยายามที่จะปฏิรูปเศรษฐกิจ ให้มีการค้าแบบเสรี การแปรรูปกิจการของรัฐไปสู่ภาคเอกชน ส่งเสริมการลงทุน กระตุ้นรัฐวิสาหกิจให้เพิ่มผลผลิต ผลเลิกการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ อียิปต์ได้ขอความช่วยเหลือจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ อาทิ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ธนาคารโลก Paris Club รวมทั้งจากประเทศกลุ่มอาหรับอียิปต์ได้ทำการปฏิรูปทางเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 2533 โดยใช้นโยบายเศรษฐกิจการตลาดให้มีการค้าเสรี การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ยกเลิกควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสะดวกขึ้น ผลจากการปฏิรูปดังกล่าวทำให้เศรษฐกิจของอียิปต์กระเตื้องดีขึ้นสามารถ แก้ไขปัญหาการขาดดุลงบประมาณลดลงมาก ลดปัญหาเงินเฟ้อลงได้ในระดับหนึ่งรายได้หลักของอียิปต์จากน้ำมันซึ่งผลิตได้วันละ 950,000 บาร์เรลและส่งออกขายครึ่งหนึ่ง ในแต่ละปีมีรายได้ประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากการท่องเที่ยว ประมาณปีละ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากค่าผ่านคลองสุเอซปีละประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากแรงงานอียิปต์ในต่างประเทศ ประมาณ 5 ล้านคน ส่วนใหญ่ทำงานในตะวันออกกลางในซาอุดีอาระเบียประมาณ 1 ล้านคน ในลิเบียประมาณ 1.5 ล้านคน ส่งเงินเข้าอียิปต์ประมาณปีละ 4 พันล้านเหรียญสหรัฐ
( ภายหลังการก่อวินาศกรรมในสหรัฐ ฯ เมื่อวันที่ 11 กันยายน2544 ทำให้อียิปต์ต้องสูญเสียรายได้ ประมาณ 1.5 – 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รัฐบาลอียิปต์ คาดว่า รายได้จากการท่องเที่ยวจะลดลงประมาณ ร้อยละ 20 และการส่งออก ร้อยละ 10 )

ด้านการต่างประเทศ
ช่วงปี 2498 (ค.ศ. 1955) สมัยประธานาธิบดีนัสเซอร์ อียิปต์เน้นความเป็นปึกแผ่นในกลุ่มประเทศอาหรับ และพยายามเข้าไปมีบทบาทสำคัญในขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ซึ่งในช่วงนี้ อียิปต์มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสหภาพโซเวียต ได้รับความช่วยเหลือทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการทหารจากสหภาพโซเวียต และเข้ายึดคลองสุเอซเป็นของรัฐ เมื่อปี 2499 (ค.ศ. 1956) เพื่อหารายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมจากคลองสุเอซเป็นทุนสร้างเขื่อนอัสวานปี 2510 (ค.ศ. 1967) อียิปต์ส่งทหารไปยึดเมือง Sharm El-Shekh บริเวณตอนใต้ของแหลมไซนาย หลังจากได้เจรจาให้กองทหารนานาชาติถอนออกไปจากไซนายแล้ว พร้อมกับได้ทำการปิดช่องแคบ Tiran เพื่อมิให้อิสราเอลเดินเรือผ่าน การปฏิบัติการเช่นนี้ส่งผลให้เกิดสงครามหกวัน (Six – day War) กับอิสราเอล ฝ่ายอิสราเอลได้รับชัยชนะ อียิปต์และ พันธมิตรอาหรับได้สูญเสียดินแดน ได้แก่ ฉนวนกาซาและแหลมไซนายให้แก่อิสราเอล นับตั้งแต่ประธานาธิบดีซาดัตเข้าดำรงตำแหน่งในปี 2513 (ค.ศ. 1970) ความสัมพันธ์บางประเทศในอาหรับ อาทิ ลิเบีย และซีเรีย เย็นชาลง อียิปต์หันไปพึ่งพาสหรัฐฯ ให้ช่วยไกล่เกลี่ยในการเจรจาสันติภาพกับอิสราเอล เมื่อเกิดสงคราม 18 วันจากกรณีอียิปต์ส่งทหารข้ามคลองสุเอซไปยึดครองดินแดนที่สูญเสียคืนการสู้รบได้ยุติลงโดยสหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ย โดยได้ตกลงให้มีเขตปลอดทหารระหว่างเขตแดนของอียิปต์และอิสราเอล ภายใต้การควบคุมของกองกำลังรักษาสันติภาพของสห ประชาชาติซึ่งยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบัน อียิปต์หันไปพึ่งพาสหรัฐฯ มากขึ้น ยังผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างอียิปต์กับสหภาพโซเวียตถดถอยลง ในปี 2519 (ค.ศ. 1976) อียิปต์ได้ยกเลิกสนธิสัญญามิตรภาพกับสหภาพโซเวียต และให้ที่ปรึกษาด้านการทหารของโซเวียตออกจากประเทศ ในขณะเดียวกับสหรัฐฯ ได้ให้ความช่วยเหลือแก่อียิปต์เพิ่มมากขึ้นจนถึงปัจจุบันปีละประมาณ 2.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ประธานาธิบดีซาดัตได้เดินทางไปเยือนอิสราเอล เมื่อปี 2520 (ค.ศ. 1977) เพื่อเจรจาสันติภาพ และอียิปต์ได้มีการลงนามในข้อตกลงสันติภาพที่แคมป์เดวิดเมื่อปี 2522 (ค.ศ. 1979) มีผลให้อียิปต์สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล อิสราเอลยินยอมคืน ดินแดนไซนายทั้งหมด (ยกเว้นทาบา) ให้แก่อียิปต์เมื่อปี 2525 (ค.ศ. 1982) แต่ผลจากการลงนามดังกล่าวทำให้ประเทศอาหรับส่วนใหญ่ตัดความสัมพันธ์กับอียิปต์ และอียิปต์ถูกขับออกจากสันนิบาตอาหรับเมื่อประธานาธิบดีมูบารัคเข้าบริหารประเทศ ตั้งแต่ปี 2524 (ค.ศ. 1981) ได้พยายามดำเนินนโยบายที่จะนำอียิปต์กลับสู่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับกลุ่มประเทศอาหรับ ด้วยการดำเนินการในด้านต่าง ๆ อาทิ สนับสนุนขบวนการปาเลสไตน์ สนับสนุนอิรักในสงครามระหว่างอิรักกับอิหร่าน สนับสนุนคูเวตในกรณีอิรักเข้ายึดครองคูเวต หลังจากนั้น ประเทศอาหรับต่าง ๆ ได้ปรับความสัมพันธ์ทางการทูตตามปกติกับอียิปต์ ในขณะเดียวกัน อียิปต์ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากสหรัฐฯ และชาติตะวันตกในการแสวงหาลู่ทางแก้ไขปัญหาตะวันออกกลางประธานาธิบดีมูบารัค ดำเนินบทบาทสำคัญในการประสานระหว่างกลุ่มอาหรับและ เป็นตัวเชื่อมในการเจรจากับอิสราเอลในปัญหาตะวันออกกลาง และพยายามแสดงบทบาทนำในกลุ่มประเทศอาหรับและแอฟริกา

เรียบเรียงโดย กองแอฟริกา กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา
โทร. 0-2643-5047-8
 
เศรษฐกิจการค้า

• เศรษฐกิจการค้า
อัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญสหรัฐ = 4.66 ปอนด์ (ต.ค. 2545)

รายได้ประชาชาติต่อหัว 3,700 เหรียญสหรัฐ (ปี 2544)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) 258 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ปี 2544)

 
การเมืองการปกครอง

• การเมืองการปกครอง
อียิปต์ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข การเลือกตั้งประธานาธิบดีกระทำโดยการลงประชามติ และจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกสภาประชาชน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี ปัจจุบันนาย Mohamed Hosni Mubarak เป็นประธานาธิบดี ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี 4 โดยเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2542 สมัชชาประชาชน (People’s Assembly) ของอียิปต์ ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 454 คน ได้ลงคะแนนเสียง (445 เสียง) สนับสนุนให้ประธานาธิบดี Hosni Mubarak ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2524 ให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อไปอีกเป็นสมัยที่ 4 (ดำรงตำแหน่งคราวละ 6 ปี) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2542 ภายหลังที่ได้รับเลือกตั้ง ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ นาย Atef Ebeid ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2542 (ค.ศ. 1999) อียิปต์มีพรรคการเมือง 13 พรรคที่สำคัญ ได้แก่ National Democratic Party (NDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลมีประธานาธิบดีมูบารัคเป็นประธานพรรค Labour Party, New Wafq Party, Liberal Party (Ahrar), Tabammu (Progressive Unionist Party) และ Democratic Nasserite Party พรรค NDP ของรัฐบาล จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2521 ในสมัยประธานาธิบดีซาดัต และได้รับเลือกตั้งเข้าบริหารประเทศตลอดมา

รัฐสภาอียิปต์มี 2 สภา คือ
- สภาประชาชน (People’s Assembly) มีสมาชิก 454 คน มาจากการเลือกตั้ง 444 คน และประธานาธิบดีแต่งตั้ง 10 คน มีวาระ 5 ปี ประธานรัฐสภา คือ Dr. Ahmed Fathi Sorour
- สภาที่ปรึกษา (Shura Council) มีสมาชิก 285 คน ประธานาธิบดีจะเป็นผู้แต่งตั้งจากบุคคลสาขาอาชีพต่าง ๆ จำนวน 2 ใน

 
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL

Hotline: 08-5338-5097, 08-4638-8587

Picture