ประธานาธิบดี (President)
ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นายเฉิน สุยเปี่ยน สังกัดพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party หรือ DPP) ซึ่งได้รับการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2543 และรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2543 อำนาจหน้าที่ของประธานาธิบดีครอบคลุมถึงการบัญชาการทางทัพบก ทัพเรือ และทัพอากาศ การประกาศกฎหมายและกฤษฎีกา ข้อยุติของสนธิสัญญา การประกาศสงคราม และสงบศึก การประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้การดำเนินการต่างๆ
จะต้องสอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
อำนาจพิเศษของประธานาธิบดีรวมถึงการแต่งตั้งและถอดถอนข้าราชการของสภาควบคุม และสภาตุลาการ(The Control and Judicial Yuans) แก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างอำนาจในการบริหารสภา (inter-Yuan)
และการใช้อำนาจในสภาวะการณ์ฉุกเฉิน นอกจากนั้น ประธานาธิบดียังเป็นประธานของสภาความมั่นคงแห่งชาติโดยตำแหน่ง
ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งโดยตรง มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี
และดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัย
รัฐธรรมนูญการปกครองแบบ 5 อำนาจ (5 สภา) (The Five Yuans)
รัฐธรรมนูญไต้หวันได้จัดแบ่งอำนาจอธิปไตยออกเป็น 5 สภา ได้แก่
(1) สภาบริหาร (The Executive Yuan)
(2) สภานิติบัญญัติ (The Legislative Yuan)
(3) สภาตุลาการ (The Judical Yuan)
(4) สภาตรวจสอบและคัดเลือก (The Examination Yuan)
(5) สภาควบคุม (The Control yuan) เป็นส่วนของการบริหารประเทศสูงสุด
สภาบริหาร (The Executive Yuan)(คณะรัฐมนตรี)
สภาบริหารมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานรับผิดชอบการสร้างนโยบายของชาติและ ทำให้บังเกิดผล มีการจัดองค์การย่อย 3 ระดับ ภายใต้สภาบริหาร คือ
(1) คณะมนตรีสภาบริหาร (Executive Yuan Council) คือ คณะรัฐมนตรี
(2) องค์การบริหาร (Executive Organizations) คือกระทรวง และคณะกรรมาธิการ ต่าง ๆ ที่มีฐานะเทียบเท่ากระทรวง
(3) หน่วยงานขึ้นตรง (Subordinate Departments)
รวมไปถึงสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และสำนักงานสถิติ กรมประชาสัมพันธ์ และคณะกรรมาธิการพิเศษอื่น ๆ และ คณะกรรมาธิการเฉพาะกิจ
สภานิติบัญญัติ (The Legislative Yuan)
สภานิติบัญญัติเป็นตัวแทนของประชาชนในการผ่านการออกกฎหมาย และควบคุมการทำงานของสภาบริหาร ผู้แทนของสภานิติ บัญญัติมาจากการเลือกตั้ง มีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 164 คน สภานิติบัญญัติมีสมัยประชุมปีละ 2 ครั้ง และมีอำนาจในการออกกฎหมายทั่วไป การรับรองคำสั่งฉุกเฉิน การตรวจสอบร่างรัฐบัญญัติงบประมาณ และการตรวจสอบ รายงานทางบัญชี การรับรองรัฐบัญญัติที่ออกโดยกฎอัยการศึก และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปัจจุบันพรรคก๊กมินตั๋งยังคงครอง เสียงข้างมากในสภานิติบัญญัติ
สภาตุลาการ (The Judicial Yuan)
ระบบตุลาการของไต้หวัน นอกจากมีศาลชั้นต้น (The District Court)
ศาลอุทธรณ์ (The High Court) และศาลฎีกา (The Supreme Court) แล้ว
ยังมีสภาตุลาการเป็นสภาตุลาการที่สูงสุดของประเทศ โดยควบคุมกระทรวงยุติธรรม ศาลฎีกา ศาลฝ่ายบริหารและคณะกรรมาธิการระเบียบวินัยข้าราชการ สภาตุลาการมี
ประธาน รองประธาน และตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิ 17 คน ทั้งหมดได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีโดยความเห็นชอบของสภาควบคุม
สภาตรวจสอบและคัดเลือก (The Examination Yuan)
สภาตรวจสอบและคัดเลือกรับผิดชอบในการสอบสวน การแต่งตั้ง การคัดเลือกการบันทึกข้อมูล การใช้จ่ายเงินของข้าราชการ ในสังกัดของรัฐบาล การแบ่งหน้าที่ของสภาตรวจสอบ และคัดเลือกออกจากฝ่ายบริหารเป็นสิ่งที่รับรองความเป็นอิสระ
จากอิทธิพลของพรรคพวกเดียวกันอำนาจเช่นนี้ได้ถูกนำมาใช้โดยสภาตรวจสอบ และคัดเลือกแต่เพียงลำพังในระดับ การปกครองส่วนกลาง ระบบการตรวจสอบและคัดเลือกได้นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ลูกจ้างของรัฐบาลทั้งหมด ไม่ว่าจะมีลำดับยศสูงหรือต่ำ
สภาควบคุม (The Control Yuan)
สภาควบคุมเป็นฝ่ายควบคุมสูงสุดของชาติ มีสิทธิในการให้ความคิดเห็นการพิจารณาความผิดของข้าราชการ การว่ากล่าว ตำหนิติเตียน การลงโทษ และการตรวจสอบบัญชี สภาควบคุมมีอำนาจเป็นลำดับที่สองของอำนาจการปกครองของไต้หวัน ที่สืบต่อกันมา 2 สภา (อีกสภาหนึ่งคือสภาตรวจสอบและคัดเลือก) ซึ่งถูกผสมผสานเข้ากับสภาบริหารสภานิติบัญญัติ สภาตุลาการของระบอบประชาธิปไตยทางตะวันตกในระบบการปกครองทั้ง 5 อำนาจแห่งสภา สภาควบคุมนี้จะประชุมกัน เดือนละครั้ง และมีกระทรวงตรวจสอบ (Ministry of Audit) เป็นองค์กรย่อยของสภา
• นโยบายต่างประเทศ
โดยที่ไต้หวันมีข้อจำกัดในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ เนื่องจากภาวะบีบคั้นของ จีนภายใต้กรอบนโยบายจีนเดียว จึงทำให้ไต้หวันมีนโยบายเน้นการกระชับความสัมพันธ์ ์ในกรอบเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน กับประเทศต่าง ๆ ที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน สำหรับนโยบายต่างประเทศของไต้หวันต่อประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น
ไต้หวันได้ดำเนิน “นโยบายมุ่งสู่ใต้” (Go South Policy) เป็นนโยบายส่งเสริมให้ชาวไต้หวันมาลงทุนกับประเทศ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อลดความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไต้หวันต้องพึ่งพาจีนและใช้เศรษฐกิจ เป็นช่องทางกระชับความสัมพันธ์ กับภูมิภาคนี้
ในกรอบเวทีระหว่างประเทศที่ไต้หวันได้เป็นสมาชิก ได้แก่
ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก (Asia Pacific Economic Cooperartion - APEC)
องค์การการค้าโลก (World Trade Organization - WTO)
โดยเป็นการเข้าร่วมในฐานะที่เป็นเขตศุลกากรพิเศษ มิใช่ในสถานะของรัฐ
ปัจจุบัน ไต้หวันมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับ 27 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศในแถบอเมริกากลางและแอฟริกา ไต้หวันมีสถานทูตและสำนักงานผู้แทน 98 แห่งใน 63 ประเทศ