|

สำหรับธุรกิจท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวไม่ว่าชาติไหน คือราชาเพราะพวกเขานำเงินตรามาให้ ยิ่งถ้าถูกอกถูกใจแล้ว พวกเขาจะกลับมาใช้บริการอีกและชักชวนเพื่อนฝูงให้มาใช้บริการด้วย
ส่วนใหญ่เรามักจะเคยได้ยินแต่เรื่องนักท่องเที่ยวบ่นเรื่องบริษัทท่องเที่ยวไม่ทำตามสัญญา ที่พักไม่ดีหรือบริการแย่
แต่ที่เราไม่ค่อยรู้คือ ตัวนักท่องเที่ยวเองก็ทำตัวเป็นปัญหาเสียเอง โดยเรียกร้อง ร้องเรียนและบ่นเรื่องไม่เป็นเรื่อง ทำความเอือมระอาให้กับบริษัทท่องเที่ยวหรือเจ้าของที่พักได้เหมือนกัน
เมื่อเร็วๆ นี้ โทมัส คุก บริษัทเอเยนซีทัวร์ยักษ์ใหญ่ของยุโรปร่วมกับสมาคมการท่องเที่ยวสหราชอาณาจักร หรือแอ็บต้า รวบรวมและเผยแพร่ข้อเรียกร้องและร้องเรียนของนักท่องเที่ยวที่แปลกประหลาดสุดๆ แต่ก่อนอื่น พวกเขาเห็นตรงกันว่า นักท่องเที่ยวที่ขี้บ่นที่สุดและชอบมีเรื่องประหลาดๆ มาบ่นคือ คนอังกฤษ นั่นเอง
ตัวอย่างหนึ่งคือเมื่อนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษซื้อทัวร์ไปเที่ยวชายทะเล แต่เมื่อไปทะเล เขากลับตรงเข้าไปหาหัวหน้าทัวร์และถามว่า ทำไมชายหาดที่นี่ถึงมีทรายมากมายอย่างนี้ เขาอยากได้ชายหาดที่มีทรายน้อยๆ นอกจากนี้ในโบรชัวร์ของบริษัท ทรายมีสีเหลือง แต่ของจริงกลายเป็นสีขาว
 พ่อแม่คู่หนึ่งเขียนจดหมายมาที่บริษัททัวร์หลังจากไปเที่ยวทะเลกับลูกๆ ว่า “ลูกๆ ของเราตกใจกลัวปลาในทะเลมาก ไม่เห็นมีใครบอกก่อนเลยว่าในทะเลมีปลาด้วย” ส่วนอีกคนคล้ายๆ กัน “พวกเราจองทริปไปเที่ยวสวนน้ำ แต่ไม่มีใครบอกเราว่าต้องเตรียมชุดว่ายน้ำกับผ้าขนหนูไปด้วย”
ส่วนนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษอีกคนหนึ่งเขียนว่า “ผมโดนยุงกัดในระหว่างท่องเที่ยว ไม่มีใครเตือนผมก่อนเลยว่ายุงกัดได้ด้วย” ส่วนอีกคนหนึ่งเข้าพักที่โรงแรมโนโวเทลในออสเตรเลียร้องเรียนกับผู้จัดการห้องอาหารว่า ทำไมซุปที่นี่ถึงได้ข้นและรสชาติจัดจ้านอย่างนี้ ผู้จัดการต้องรีบกระซิบบอกเขาว่า ในถ้วยซุปของเขาน่ะคือน้ำเกรวี่ไม่ใช่ซุป
สำหรับข้อกล่าวหาที่พิสดารที่สุดคือ เมื่อหญิงชาวอังกฤษหาว่าโรงแรมแห่งหนึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอตั้งครรภ์ จดหมายของเธอเขียนว่า “คู่หมั้นและดิฉันจองห้องเตียงคู่ แต่โรงแรมจัดให้เราพักในห้องเตียงเดี่ยวแทน ตอนนี้ดิฉันตั้งครรภ์จากการพักครั้งนั้น พวกคุณต้องรับผิดชอบ เพราะเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าเราได้ห้องพักแบบที่เราจองไว้”
ส่วนอีกคนบ่นพึมพำว่าทำไมประเทศสเปนถึงมีคนสเปนเยอะแยะเต็มไปหมดในขณะที่อีกคน (แน่นอนว่าเป็นชาวอังกฤษ) ร้องเรียนว่าทำไมร้านอาหารในอินเดียถึงชอบเสิร์ฟแกงเผ็ดๆ เพราะเธอกินเผ็ดไม่ได้
 นอกจากนี้ก็มีหลายบริษัททัวร์ออกมาเปิดเผยข้อร้องเรียนที่แปลกๆ ที่พวกเขาเจอมา (ส่วนใหญ่มาจากนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ) “ดิฉันล่ะเกลียดจริงๆ เลย พวกคนขายของที่ชอบปิดร้านตอนบ่ายเพื่อนอนกลางวัน (เซียสต้า) ดิฉันมักจะต้องซื้อของตอนบ่ายบ่อยๆ ด้วยสิ ประเทศนี้น่าจะเลิกเซียสต้าไปได้แล้ว”
ส่วนภรรยาขาวีนคนหนึ่งเขียนเรียกร้องให้ห้ามแต่งตัวท็อปเลสตามชายหาด “วันหยุดของฉันพังพินาศหมดเพราะท็อปเลส สามีของฉันไม่ยอมทำอย่างอื่น เขาเอาแต่นั่งจ้องสาวท็อปเลสที่ชายหาดทั้งวัน”
นักท่องเที่ยวอังกฤษจอมเปิ่นอีกคนฟ้องหัวหน้าทัวร์ว่า เขาซื้อแว่นกันแดดยี่ห้อเรแบนด์ราคา 5 ยูโร (210 บาท) จากร้านข้างถนน แต่มารู้ทีหลังว่าเป็นของปลอม ส่วนอังกฤษคนนี้ท่าทางตกวิชาภูมิศาสตร์ “ทำไมพวกเราต้องใช้เวลาตั้ง 9 ชั่วโมงบินจากจาเมกาหลับอังกฤษ ในขณะที่คนอเมริกันใช้เวลาแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น”
ส่วนคนนี้กำลังจะจองที่พัก แต่พอเห็นโบรชัวร์แล้วไม่แน่ใจ “โบรชัวร์เขียนว่า ห้ามไม่ให้ช่างทำผมเข้าในบริเวณที่พัก แล้วพวกเราเป็นช่างทำผมอาชีพ พวกเราจะเข้าไปที่พักได้ไหม”
คราวนี้เป็นนักท่องเที่ยวอเมริกัน หลังจากเข้าห้องพักในเรือสำราญหรูหราลำมหึมา เขาเดินหัวเสียมาที่ล็อบบี้และขอห้องใหม่ท่าเดียว เจ้าหน้าที่พยายามพูดให้เขาใจเย็นและถามว่าทำไมเขาถึงอยากเปลี่ยนห้องใหม่ “ผมจองห้องที่ดีที่สุดและแพงที่สุด ทางเรือสัญญาว่าจะเป็นห้องที่เห็นวิวทะเล แต่ทำไมไม่ทำตามสัญญา เมื่อกี้ผมไปที่ห้อง ผมมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นแต่ที่จอดรถ” เท่านั้นเองเจ้าหน้าที่ก็ถึงบางอ้อและบอกเขาว่าที่เป็นอย่างนั้นเพราะเรือยังจอดอยู่ที่ท่าอยู่เลย
แถมท้ายด้วยสองสามีภรรยาชาวอเมริกันอุตส่าห์ดั้นด้นขึ้นไปดูพระอาทิตย์เที่ยงคืนที่นอร์เวย์ ฝ่ายสามีหันมาหาหัวหน้าทัวร์ "ผมต้องการเงินค่าทัวร์คืนทั้งหมด พระอาทิตย์ที่คุณคุยนักคุยหนาไม่เห็นจะมีอะไรแตกต่างจากพระอาทิตย์ที่อเมริกาเลย" .. ที่มา : เว็บไซต์ การ์เดี้ยน เดลี่เมล โทมัส คุก และ กรุงเทพธุรกิจ
|