Extraholidays.net

The Professional Travel Agency

ข้อมูลการท่องเที่ยวบาหลี

ในหน้านี้จะรวมทุกอย่าง เกี่ยวกับ บาหลี เชิญชมค่ะ

ระเบียบการและเอกสารยื่นขอวีซ่าเข้า BALI
1.
คนไทยอยู่ได้ 2 เดือนโดยไม่ต้องใช้วีซ่า
2.
สำหรับคนจีนต้องใช้รูปถ่าย 1 นิ้ว 2 ใบ + 1,600 บาท + passport + Air Ticket
เจ้าหน้าที่จะเป็นผู้แจ้งว่าต้องใช้เวลากี่วันทำการ ในการ ทำวีซ่า
เวลาทำการของสถานทูต
Tel : 02 250-3135-9 Fax : 02 255-1267
09:00-16:00 ( Mon - Fri ) ถนนเพชรบุรี
 
สาธารณรัฐอินโดนีเซีย
ข้อมูลทั่วไป

รูปแบบการปกครอง ประชาธิปไตย ที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุข และหัวหน้าฝ่ายบริหาร

ที่ตั้ง อินโดนีเซียมีพื้นที่ 5,085,606 ตารางกิโลเมตร เป็นแผ่นดิน 1,919,443 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ทะเล 3,166,163 ตารางกิโลเมตร เป็นประเทศหมู่เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อยกว่า 17,508 เกาะ รวมอยู่ในพื้นที่ 4 ส่วน คือ

- หมู่เกาะซุนดาใหญ่ ประกอบด้วยเกาะชวา สุมาตรา บอร์เนียว และสุลาเวสี
- หมู่เกาะซุนดาน้อย ประกอบด้วยเกาะเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะชวา มีเกาะบาหลี ลอมบอก ซุมบาวา ซุมบา ฟอลเรส และติมอร์
- หมู่เกาะมาลุกุ หรือ หมู่เกาะเครื่องเทศ ตั้งอยู่ระหว่างสุลาเวสี กับอิเรียนจายาบนเกาะ นิวกีนี
- อีเรียนจายา อยู่ทางทิศตะวันตกของปาปัวนิวกินี
- อินโดนีเซียตั้งอยู่บนเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรอินเดีย และเป็นสะพานเชื่อมระหว่างทวีปเอเชียกับออสเตรเลีย ทำให้อินโดนีเซียสามารถควบคุมเส้นทางการติดต่อระหว่างมหาสมุทรทั้งสอง ผ่านช่องแคบที่สำคัญต่างๆ เช่นช่องแคบมะละกา ช่องแคบซุนดา และช่องแคบล็อมบอก ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางมายังประเทศ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก

ภูมิอากาศ - อินโดนีเซียมีอากาศร้อนชื้นแบบศูนย์สูตร ประกอบด้วย 2 ฤดู คือ ฤดูแล้ง (พฤษภาคม-ตุลาคม) และฤดูฝน (พฤศจิกายน-เมษายน)

ประชากร - ประมาณ 231,328,092 (2546) ประกอบด้วยชนพื้นเมืองหลากหลายกลุ่มซึ่งพูดภาษาต่างกันกว่า 583 ภาษา ร้อยละ 61 อาศัยอยู่บนเกาะชวา

อัตราการเพิ่มประชากร<1.54% (2545)
จำนวนประชากรในเมืองสำคัญ จาการ์ตา ประชากร 10 ล้านคน สุราบายา 2.5 ล้านคน บันดุง 2.3 ล้านคน เมดาน 2.1 ล้านคน เกาะบาหลี 3.0 ล้านคน

ศาสนา ชาวอินโดนีเซียร้อยละ 87 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 6 นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ ร้อยละ 3.5 นับถือศาสนาคริสต์นิกายแคทอลิก
ร้อยละ 1.8 นับถือศาสนาฮินดู และร้อยละ 1.3 นับถือศาสนาพุทธ

ภาษา ภาษาประจำชาติ ได้แก่ ภาษาอินโดนีเซีย หรือ Bahasa Indonesia

การศึกษา ร้อยละ 90 ของประชากรสามารถอ่านออกเขียนได้ อินโดนีเซียมีมหาวิทยาลัยของรัฐ 49 แห่ง และของเอกชนกว่า 950 แห่ง

ทรัพยากรธรรมชาติ
- อินโดนีเซียเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรสำคัญประกอบด้วย น้ำมันปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน ดีบุก ทองแดง นิเกิล บ๊อกไซด์ ทอง เงิน และแร่เหล็ก นอกจากนี้ อินโดนีเซียมีทรัพยากรป่าไม้ถึงร้อยละ 59 ของพื้นที่บนพื้นดินทั้งหมด ทรัพยากรประมงจำนวนมาก ซึ่งยังไม่ได้รับการสำรวจ

- ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ มะพร้าว น้ำมันปาล์ม เครื่องเทศ กาแฟ โกโก้ ยางพารา

สกุลเงิน รูเปียห์ (Rupiah) อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ประมาณ 8,500-9,500 รูเปียห์

ปีงบประมาณ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม (ก่อนปี 2544 เป็น 1 เมษายน - 31 มีนาคม)

เขตการปกครอง อินโดนีเซียแบ่งการปกครองเป็น 29 จังหวัด และเขตการปกครองพิเศษ 3 เขต ได้แก่ กรุงจาการ์ตา นครย็อกยาการ์ตา และจังหวัดอาเจห์

เมืองหลวง ได้แก่ จาการ์ตา

เมืองสำคัญ ได้แก่ จาการ์ตา สุราบายา บันดุง เมดาน เซมารัง ปาเลมบัง เป็นต้

 
ความเป็นมาของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย

• ความเป็นมาของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย

- ในอดีตหมู่เกาะต่างๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นประเทศอินโดนีเซียในปัจจุบันยังไม่มีการรวมตัวกันเป็นรัฐเดียว แต่ได้แยกกันเป็นแคว้นต่างๆ หลายแคว้น จนกระทั่งชาวดัทช์ได้เข้ามา
ปกครอง แต่เดิมหมู่เกาะต่างๆ ของอินโดนีเซียมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอินเดีย ทั้งด้าน
การค้าและวัฒนธรรม ทำให้ได้รับอิทธิพลทางด้านความเชื่อของฮินดูและพุทธ จนกระทั่งอิทธิพลของศาสนาอิสลามได้เข้ามาแทนที่ในศตวรรษที่ 13

- ในศตวรรษที่ 15 อินโดนีเซียเริ่มเป็นที่สนใจของชาวยุโรปเนื่องจากเป็นแหล่งเครื่องเทศ ชาวโปรตุเกสและสเปนได้เริ่มเข้ามาในภูมิภาคในช่วงต้นคริสตศตวรรษที่ 16 และ โปรตุเกสได้ยึดครองติมอร์ตะวันออกเป็นอาณานิคม การจัดตั้งบริษัท ดัทช์ อีส อินเดีย หรือ Vereniging Oost Indische Compagnie-VOC ใน พ.ศ. 2145 เป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าปกครองอินโดนีเซียในฐานะอาณานิคมของดัชท์ ในช่วงแรก บริษัท VOC ใช้วิธีเข้าไปมีอิทธิพลเหนือผู้ปกครองท้องถิ่น ต่อมา ใน พ.ศ. 2342 หลังจาก รัฐบาลฮอลันดาเข้าควบคุมกิจการบริษัท VOC รัฐบาลฮอลันดาก็ได้เข้าปกครองอินโดนีเซียในรูปแบบอาณานิคม

- ในช่วงต้นคริสตศตวรรษที่ 20 เกิดกระแสชาตินิยม ในอินโดนีเซียต่อต้านการปกครองของเจ้าอาณานิคม ใน พ.ศ. 2485 ญี่ปุ่นมีชัยชนะเหนือบริษัทดัทช์ อีสท์ อินเดีย และได้เข้าปกครองอินโดนีเซียระยะหนึ่ง หลังจากที่ญี่ปุ่นแพ้สงคราม กลุ่มชาตินิยม นำโดย ซูการ์โนและฮัตตา ได้ประกาศอิสรภาพให้แก่อินโดนีเซีย ในวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2488 อย่างไรก็ตาม ยังมีการต่อสู้กันระหว่างอินโดนีเซียกับดัทช์ ซึ่งพยายามกลับมาปกครองอินโดนีเซียในฐานะเจ้าอาณานิคม จนกระทั่ง 27 ธันวาคม 2488 ดัทช์จึงได้ยอมมอบเอกราชให้แก่อินโดนีเซียอย่างสมบูรณ์

- อินโดนีเซียได้ขยายเขตแดนของประเทศ 3 ครั้ง ได้แก่ เมื่อ 1 พฤษภาคม 2506 ภายหลังจาก Dutch New Guinea หรือ Irian Jaya ในปัจจุบันได้รับเอกราช อินโดนีเซียได้ประกาศผนวกดินแดนในเดือนกันยายน 2512 ต่อมา ในปี 2518-2519 อินโดนีเซียได้บุกเข้ายึดครองและผนวกดินแดนติมอร์ตะวันออก ซึ่งเคยเป็นอาณานิคมของโปรตุเกส และได้ประกาศผนวกดินแดนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ในเดือนกรกฎาคม 2519 แต่ประชาคมระหว่างประเทศไม่ยอมรับการอ้างสิทธิเหนือติมอร์
ตะวันออกของอินโดนีเซีย จนทำให้สหประชาชาติได้เข้ามามีบทบาทดำเนินการให้
ติมอร์ตะวันออก (สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์เลสเต) กลายเป็นประเทศอิสระ เมื่อ 20 พฤษภาคม 2545

- ในเดือนเมษายน 2525 นานาชาติได้ประกาศให้การยอมรับการอ้างอธิปไตยเหนือพื้นที่ทะเล ซึ่งเชื่อมเกาะต่างๆ ของอินโดนีเซียเข้าด้วยกัน ทำให้อินโดนีเซียสามารถประกาศ ให้พื้นที่ทะเลเป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศได้ในปี 2526

 
การเมืองการปกครอง

• การเมืองการปกครอง
ภูมิหลัง
- การปกครองประเทศของในช่วงหลังจากได้รับเอกราชไม่สามารถสร้างเสถียรภาพ ทางการเมืองและเศรษฐกิจให้แก่ประเทศได้ ทำให้ประธานาธิบดีซูการ์โนประกาศ
ยุบสภา ในปี พ.ศ. 2502 และได้จัดตั้งสภาที่ปรึกษาประชาชนขึ้นแทน และนำการปกครองแบบ “ประชาธิปไตยแบบนำวิถี” มาใช้ นโยบายต่างประเทศ ในช่วงนี้เน้นการเผชิญหน้ากับเนเธอร์แลนด์และมาเลเซีย ต่อมา ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2508 เกิดการปฏิวัติโดยกลุ่มนายทหาร โดยได้รับการสนับสนุนจากพรรคคอมมิวนิตส์อินโดนีเซีย ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านการเงินและยุทธโธปกรณ์จากจีน การปฏิวัตินำไปสู่การนองเลือด โดยได้มีการสังหารสมาชิกพรรคคอมมิวนิตส์ และสมาชิกองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องถึง 750,000 คน

- ในเดือนมีนาคม 2509 พันตรีซูฮาร์โตได้เข้ายึดอำนาจการปกครอง และรักษาการในตำแหน่งประธานาธิบดี ในเดือนมีนาคม 2510 และได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีอินโดนีเซียต่อมาถึง 7 สมัย ประธานาธิบดีซูฮาร์โตปกครองประเทศโดยใช้ "กลุ่มอาชีพ" หรือโกลคาร์(ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนเป็นพรรคโกลคาร์) เป็นฐานเสียงสนับสนุนอำนาจทางการเมือง รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ โดยกำหนดให้ทหารมี
“ทวิภารกิจ” คือ มีบทบาททางการเมืองและสังคม นอกเหนือจากบทบาทด้านความ
มั่นคง ประธานาธิบดีซูฮาร์โตประสบความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจของอินโดนีเซียให้เจริญก้าวหน้า แต่ปัญหาการคอรัปชั่น ระบบอุปถัมภ์ ทำให้ประชาชนไม่พอใจ ที่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ตกอยู่กับ ครอบครัวประธานาธิบดีซูฮาร์โตและพวกพ้อง

- ต่อมา เมื่อเกิดวิกฤติการเงินและเศรษฐกิจในปี พ.ศ. 2540 จนรัฐบาลอินโดนีเซียต้องลงนามความตกลงกู้เงินจาก IMF และมีภาระผูกพันในการปฏิรูปเศรษฐกิจ ภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองทำให้ประชาชนไม่พอใจรัฐบาลมากขึ้น และในปี 2541 ได้เกิดเหตุการณ์ยิงนักศึกษามหาวิทยาลัยตรีสักตีเสียชีวิต ซึ่งได้ลุกลามเป็นจลาจล และการเผาทำลายอาคารร้านค้า ในระหว่าง 12-15 พ.ค. 2541 หลายฝ่ายรวมทั้งทหารได้สร้างแรงกดดันจนประธานาธิบดีซูฮาร์โตประกาศลาออกจากตำแหน่งใน 21 พ.ค. 2541 และมอบตำแหน่งประธานาธิบดีแก่นายบาคารุดดิน ยูซุฟ ฮาบิบี รองประธานาธิบดี ตามข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญ

- ประธานาธิบดีฮาบิบีได้ประกาศให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2542 และนายอับดุร
เราะห์มาน วาฮิด หรือกุสดุร ผู้นำองค์กรมุสลิม Nahdlatul Ulama (NU) และผู้ก่อตั้งพรรค PKB ได้รับเลือกโดยสภาที่ปรึกษาประชาชน (MPR) ชุดใหม่ให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี และนางเมฆาวดี ซูการ์โนบุตรี ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี

- ประธานาธิบดีอับดุรเราะห์มานไม่ประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศมากนัก และเมื่อเกิดคดีอื้อฉาวเกี่ยวข้องกับการรับเงินจากสุลต่านบรูไน และการยักยอกเงินจากองค์การสำรองอาหารแห่งชาติ หรือ Bulog ประธานาธิบดีอับดุรเราะห์มานถูกสภาอภิปรายไม่ไว้วางใจ และถูกสภา MPR ถอดถอนออกจากตำแหน่งในเดือนกรกฎาคม 2544 และนางเมฆาวดี ซูการ์โนบุตรีได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของอินโดนีเซียแทนเมื่อ 23 กรกฎาคม 2544

 
ระบบการเมืองการปกครอง

• ระบบการเมืองการปกครอง

- อินโดนีเซียมีระบบการปกครองแบบสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขและ
หัวหน้าฝ่ายบริหารรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2488 ได้กำหนดให้ใช้หลักปัญจศีล เป็นหลักในการปกครองประเทศ ประกอบด้วย 1) การนับถือพระเจ้าองค์เดียว 2) การเป็นมนุษย์ที่เจริญและคงไว้ซึ่งความเที่ยงธรรม 3) ความเป็นเอกภาพของอินโดนีเซีย 4) ประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน และ 5) ความยุติธรรมในสังคมชาวอินโดนีเซียทั้งมวล

- สถาบันทางการเมืองและการบริหารตามรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย 6 องค์กร ได้แก่

1) สภาที่ปรึกษาประชาชน (People’s Consultative Assembly-MPR) ประกอบด้วยสมาชิก 700 คน ประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 500 คน (มาจากการเลือกตั้ง)
ผู้แทนจากภูมิภาค 135 คน และผู้แทนจากองค์กรสังคมและกลุ่มอาชีพ 65 คน (มาจากการแต่งตั้ง) อยู่ในตำแหน่งครั้งละ 5 ปี

2) สภาผู้แทนราษฎร (House of People’s Representatives-DPR ) ประกอบด้วยสมาชิก 500 คน มาจากการเลือกตั้ง 462 คน ผู้แทนกองทัพที่มาจากการแต่งตั้ง 38 คน
อยู่ในตำแหน่งครั้งละ 5 ปี

3) ประธานาธิบดี เป็นประมุขสูงสุดด้านการบริหาร มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนคณะรัฐมนตรี ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งโดยทางอ้อม โดยการเสนอชื่อของสภาที่ปรึกษาประชาชน วาระการตำแหน่ง 5 ปี

4) สภาที่ปรึกษาสูงสุด หรือ Supreme Advisory Council เป็นองค์กรให้คำแนะนำและปรึกษาแก่ประธานาธิบดี

5) ศาลฎีกา หรือ Supreme Court

6) คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินสูงสุด หรือ State Audit Board

 
ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ

• ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ

- ภายหลังจากการประสบปัญหาเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใน อินโดนีเซียในปี 2541 ทำให้อำนาจต่อรองกับมหาอำนาจตะวันตกของอินโดนีเซียได้ ลดลง ดังนั้น อินโดนีเซียได้ปรับเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศของตนให้มีความหลากหลาย และเพิ่มมิติในด้านต่างๆ มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์ด้านการต่างประเทศของอินโดนีเซีย ยังคงดำเนินไปเพื่อมิให้ประเทศตะวันตกเข้ามาก้าวก่าย
แทรกแซงกิจการภายในหรือกดดันอินโดนีเซียมากเกินไป

- ปัจจุบัน อินโดนีเซียได้ดำเนินนโยบายระหว่างประเทศเชิงยืดหยุ่น เพื่อรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ ในปี 2544 อินโดนีเซียได้ปรับปรุงความสัมพันธ์กับสิงคโปร์ จีน สหรัฐฯ และออสเตรเลีย และก่อนหน้านี้ มีการขยายความสัมพันธ์กับประเทศเอเชียใต้ เช่น อินเดีย และปากีสถาน และสถาปนาความสัมพันธ์กับติมอร์ตะวันออกหรือติมอร์
เลสเตด้วย

- อินโดนีเซียให้ความสำคัญกับกลุ่มประเทศมุสลิม องค์การการประชุมอิสลาม และกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เนื่องจากต้องการแสวงหาความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และใช้กลุ่มประเทศดังกล่าวเป็นพันธมิตรเพื่อคานอำนาจกับมหาอำนาจตะวันตก

- ในช่วงปี 2544-2545 แม้ว่าอินโดนีเซียจะเน้นการปรับปรุงความสัมพันธ์กับประเทศ
มหาอำนาจที่สำคัญ โดยเฉพาะจีนและสหรัฐฯ (ประธานาธิบดี George W. Bush แห่งสหรัฐฯ ได้เดินทางเยือนอินโดนีเซีย เมื่อ 22 ตุลาคม 2546) ในช่วงปีที่ผ่านมา
แต่อินโดนีเซียยังถือว่าอาเซียนเป็นเสาหลักสำหรับการดำเนินนโยบายต่างประเทศ

-อินโดนีเซียให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับมาเลเซียและสิงคโปร์ เนื่องจากเป็นประเทศ
เพื่อนบ้านที่มีเขตติดต่อกันและมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน

-อินโดนีเซียจัดประชุม ASEAN Summit ที่เกาะบาหลี อินโดนีเซีย ระหว่าง 6-8 ตุลาคม 2546 และ ASEAN+3 Summit (เชิญผู้นำจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ด้วย)

-อินโดนีเซียเป็นประธาน ASEAN Standing Committee (ASC) โดยมีวาระดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่กรกฎาคม 2546 ถึงมิถุนายน 2547

 
เศรษฐกิจการค้า

• เศรษฐกิจการค้า

GDP (PPP) $174.4 billion (2545)

GNP (PPP) $164.42 (2545)
อัตราการเพิ่มของ GDP ต่อปี ร้อยละ 3.6 ต่อปี (2545)
รายได้เฉลี่ยต่อหัว 680 เหรียญสหรัฐ (2545)
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ 2539 - 8.0 %, 2540 - 4.6 %, 2541 - 15.3 %, 2542 - 3.0 %, 2000 - 4.1 % 2544 - 3%

ภาวะเงินเฟ้อ 2539 - 6.4 %, 2540 - 11.0 %, 2541 - 77.6 %, 2542 - 2.0 %, 2543 - 9.3 % 2544 - 12%

สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม แร่ธาตุ ถ่านหิน ผลิตภัณฑ์จากไม้ กระดาษ น้ำมันปาล์ม กาแฟ ยาสูบ โกโก้ เครื่องเทศ ยางและผลิตภัณฑ์ ปลาและปลาหมึกแช่เย็นและแช่แข็ง สิ่งทอ เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม เคมีภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์

สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมัน เหล็ก ท่อเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก สิ่งทอ เคมีภัณฑ์ อะไหล่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ เครื่องจักรเครื่องกล เครื่องพิมพ์ เยื่อกระดาษ ไฮโดรคาร์บอน เรือและอุปกรณ์ พลาสติกและผลิตภัณฑ์ เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า แป้งข้าวสาลี ข้าว เป็นต้น

ประเทศที่ส่งสินค้าออก ญี่ปุ่น สิงคโปร์ สหรัฐฯ เกาหลีใต้ ฮ่องกง

ประเทศที่นำสินค้าเข้า ญี่ปุ่น สิงคโปร์ สหรัฐฯ เกาหลีใต้ จีน ออสเตรเลีย


547 มีความรุนแรงวัดได้ 6.9 และ 7.1 ริคเตอร์ตามลำดับ มีผู้เสียชีวิต 27 ราย ผู้บาดเจ็บกว่า 150 คน

ผู้แทนทางการทูต
ฝ่ายไทย
เอกอัครราชทูตไทยประจำอินโดนีเซีย นางอัจฉรา เสริบุตร (H.E. Mrs. Atchara Seriputra
ที่อยู่
The Royal Thai Embassy
74, Jalan Imam Bonjol,
Jakarta Pusat 10310
Indonesia
Tel. 001-62-21-390-4052
Fax 001-62-21-310-7469, 319-01411
E-mail: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

ฝ่ายอินโดนีเซีย
เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย -ว่าง-
ที่อยู่
The Embassy of the Republic of Indonesia
600-602 Pectchburi Road,
Bangkok 10400
Tel (66) 2-252-3135-40
Fax (66) 2-255-1267

 

แพ็คเกจท่องเที่ยว

เที่ยวทั่วโลก ทัวร์เมืองจีน ไทยเที่ยวไทย

เกาหลีใต้
ใต้หวัน
เวียดนาม
ลาว
อียิป
พม่า
อินโดนีเซีย
ออสเตเรีย
ญี่ปุ่น
สิงคโปร์

คุณหมิง
เซี้ยงไฮ้
เฉินตู
ฮ่องกง
มาเก๊า
จางเจียเจี้ย
กุ้ยหลิน
ฮาร์บิ้น
ปักกิ่ง
คานาสือ

ทัวร์ภาคเหนือ
ทัวร์ภาคใต้
ทัวร์ภาคอีสาน
ล่องแก่งเดินป่า

ติดต่อเรา

บริษัท เอ็กซ์ตร้า ฮอลิเดย์ จำกัด
โทรศัพท์ : 02 917 3490 แฟกซ์:  02 917 3478
มือถือ : 08 5338 5097 , 08 6789 9356
อีเมลล์ : info@extraholidaysthailand.com

ติดต่อสอบถามรายการท่องเที่ยวและสอบถามข้อมูล
ท่องเที่ยวและบริการอื่นๆของทางบริษัทได้น่ะค่ะ 
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 11/05732
ติดต่อเราเพิ่มเติมได้ที่..

Facebook    Youtube

Twitter